กดปุ่มแบ่งปันแชร์ให้เพื่อนๆได้ค่ะ

เคยสงสัยไหมว่าเวลาเราจองโรงแรม ทำไมห้องพักถึงมีชื่อเรียกแตกต่างกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Standard Room, Superior Room, Deluxe Room, Premier Room หรือ Suite Room แล้วห้องพักแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร? ห้องแบบไหนมีขนาดใหญ่กว่า แบบไหนมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่า และควรเลือกห้องประเภทใดให้เหมาะกับการเดินทางของเรา?

การเลือกห้องพักโรงแรมเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากราคาห้องพักแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ควรพิจารณา เช่น ขนาดห้อง ประเภทเตียง วิวจากหน้าต่าง พื้นที่ใช้สอย และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้อง

หลังจากที่บทความก่อนหน้าได้มาแนะนำสาระน่ารู้เกี่ยวกับ 7 อุปกรณ์ของใช้ในโรงแรมที่ต้องเช็คก่อนใช้ มีอะไรบ้างไปแล้วนั้น วันนี้ทางแอดมินเว็ปไซต์ Paktourthai.com จะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักประเภทห้องพักโรงแรมในปัจจุบันที่พบได้ทั่วไป พร้อมอธิบายความแตกต่างของห้องพักแต่ละแบบ เพื่อช่วยให้คุณเลือกจองโรงแรมได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสมกับความต้องการมากที่สุดค่ะ

ห้องพักโรงแรมมีกี่ประเภท?

โดยทั่วไปโรงแรมมักแบ่งประเภทห้องพักตามขนาดห้อง ระดับความสะดวกสบาย จำนวนผู้เข้าพัก และรูปแบบการใช้งาน แต่ละโรงแรมอาจตั้งชื่อประเภทห้องพักแตกต่างกัน แม้จะมีลักษณะใกล้เคียงกันก็ตาม

มาทำความรู้จักกับห้องพัก 8 ประเภทที่นักเดินทางควรรู้จักก่อนจองกัน มีดังนี้

1. Standard Room (ห้องพักมาตรฐาน) ดูตัวอย่างภาพห้องพักของโรงแรมเพิ่มเติม>>

1. Standard Room (ห้องพักมาตรฐาน)

Standard Room เป็นห้องพักประเภทพื้นฐานของโรงแรม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการที่พักในราคาประหยัด ไม่เน้นความหรูหรา แต่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการพักผ่อน

ลักษณะห้องพัก

  • มีเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่หรือเตียงคู่ ขึ้นอยู่กับโรงแรม
  • มีห้องน้ำส่วนตัวภายในห้อง
  • มีโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ และ Wi-Fi
  • มีพื้นที่สำหรับวางสัมภาระและโต๊ะขนาดเล็ก

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะสำหรับนักเดินทางคนเดียว คู่รัก หรือผู้ที่ต้องการประหยัดงบประมาณ โดยเฉพาะคนที่ใช้เวลาอยู่ในโรงแรมไม่มากนัก เพราะเน้นออกไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมข้างนอกเป็นหลัก


2. Superior Room (ห้องพักซูพีเรีย) ดูตัวอย่างภาพห้องพักของโรงแรมเพิ่มเติม>>

2. Superior Room (ห้องพักซูพีเรีย)

Superior Room เป็นห้องพักที่มีระดับสูงกว่า Standard Room ในโรงแรมบางแห่ง โดยอาจมีพื้นที่กว้างขึ้น ตกแต่งสวยงามขึ้น หรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม

ลักษณะห้องพัก

  • มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าห้องมาตรฐานในบางโรงแรม
  • อาจมีเตียงขนาดใหญ่ขึ้นหรือมีตัวเลือกประเภทเตียง
  • เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งอาจมีคุณภาพสูงขึ้น
  • อาจมีวิวเมืองหรือวิวสวนที่ดีกว่า

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะสำหรับคู่รักหรือผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นจากห้องพักมาตรฐาน โดยไม่ต้องจ่ายเงินสูงเท่าห้องพักระดับหรู


3. Deluxe Room (ห้องพักดีลักซ์) ดูตัวอย่างภาพห้องพักของโรงแรมเพิ่มเติม>>

3. Deluxe Room (ห้องพักดีลักซ์)

Deluxe Room เป็นห้องพักที่มักมีการตกแต่งและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีกว่าห้องพักระดับพื้นฐาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนอย่างสะดวกสบายมากขึ้น

ลักษณะห้องพัก

  • อาจมีขนาดห้องกว้างกว่า Standard และ Superior
  • เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งมีความประณีตมากขึ้น
  • อาจมีโซฟาหรือพื้นที่นั่งเล่นภายในห้อง
  • อาจมีวิวสวยหรืออยู่ในตำแหน่งห้องที่ดีกว่า

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัวขนาดเล็ก หรือผู้ที่ต้องการพักผ่อนในห้องที่มีพื้นที่และความสะดวกสบายมากขึ้น


4. Premier Room (ห้องพักพรีเมียร์) ดูตัวอย่างภาพห้องพักของโรงแรมเพิ่มเติม>>

4. Premier Room (ห้องพักพรีเมียร์)

Premier Room เป็นชื่อประเภทห้องพักที่โรงแรมหลายแห่งใช้สำหรับห้องที่มีความพิเศษมากกว่าห้องระดับทั่วไป แต่รายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามแต่ละโรงแรม

ลักษณะห้องพัก

  • อาจมีพื้นที่กว้างกว่าห้องระดับ Deluxe
  • อาจตั้งอยู่บนชั้นสูงหรือมีวิวที่สวยงาม
  • มีการตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่น
  • บางแห่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม เช่น เครื่องชงกาแฟหรืออ่างอาบน้ำ

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและบรรยากาศที่พิเศษขึ้น เช่น คู่รักที่เดินทางพักผ่อน หรือผู้ที่ต้องการห้องพักวิวสวย


5. Executive Room (ห้องพักเอ็กเซ็กคิวทีฟ) ดูตัวอย่างภาพห้องพักของโรงแรมเพิ่มเติม>>

5. Executive Room (ห้องพักเอ็กเซ็กคิวทีฟ)

Executive Room เป็นห้องพักที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้เข้าพักที่ต้องการความสะดวกสบายระดับสูง โดยเฉพาะนักธุรกิจหรือผู้ที่เดินทางเพื่อทำงาน

ลักษณะห้องพัก

  • อาจมีพื้นที่ทำงานและโต๊ะทำงานภายในห้อง
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการทำงาน เช่น Wi-Fi และปลั๊กไฟ
  • บางโรงแรมมีสิทธิ์เข้าใช้ Executive Lounge
  • อาจมีบริการพิเศษ เช่น อาหารว่าง เครื่องดื่ม หรือบริการเช็กอินแยกต่างหาก

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะสำหรับนักธุรกิจ ผู้ที่เดินทางเพื่อประชุม หรือผู้ที่ต้องการห้องพักที่สามารถทำงานและพักผ่อนได้ในพื้นที่เดียวกัน


6. Family Room (ห้องพักสำหรับครอบครัว) ดูตัวอย่างภาพห้องพักของโรงแรมเพิ่มเติม>>

6. Family Room (ห้องพักสำหรับครอบครัว)

Family Room เป็นห้องพักที่ออกแบบมาเพื่อรองรับครอบครัวหรือกลุ่มผู้เข้าพักหลายคน โดยเน้นพื้นที่ใช้สอยและจำนวนเตียงที่เหมาะสม

ลักษณะห้องพัก

  • มีเตียงหลายขนาดหรือเตียงสำหรับสมาชิกในครอบครัว
  • อาจมีเตียงสองชั้นสำหรับเด็ก
  • มีพื้นที่ใช้สอยกว้างกว่าห้องพักทั่วไป
  • บางแห่งมีพื้นที่นั่งเล่นหรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็ก

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก คู่สามีภรรยาที่เดินทางพร้อมลูก หรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการพักห้องเดียวกัน

ข้อควรตรวจสอบก่อนจองคือจำนวนผู้เข้าพักสูงสุด อายุของเด็กที่โรงแรมอนุญาต และเงื่อนไขเตียงเสริม เพราะแต่ละโรงแรมกำหนดไม่เหมือนกัน


7. Connecting Room (ห้องพักแบบเชื่อมต่อกัน) ดูตัวอย่างภาพห้องพักของโรงแรมเพิ่มเติม>>

7. Connecting Room (ห้องพักแบบเชื่อมต่อกัน)

Connecting Room เป็นห้องพักสองห้องที่มีประตูเชื่อมถึงกันภายใน ทำให้ผู้เข้าพักสามารถเดินไปมาระหว่างสองห้องได้โดยไม่ต้องออกไปใช้ทางเดินด้านนอก

ลักษณะห้องพัก

  • เป็นห้องพักสองห้องที่อยู่ติดกัน
  • มีประตูภายในเชื่อมต่อระหว่างห้อง
  • แต่ละห้องมีพื้นที่นอนและห้องน้ำของตัวเอง
  • สามารถปิดประตูเชื่อมต่อเพื่อแยกความเป็นส่วนตัวได้

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคน ครอบครัวที่มีลูกโตแล้ว หรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการอยู่ใกล้กัน แต่ยังต้องการความเป็นส่วนตัว

ข้อควรระวังคือ ห้องพักที่อยู่ติดกัน (Adjoining Rooms) ไม่ได้หมายความว่าจะมีประตูเชื่อมต่อกันเสมอไป หากต้องการ Connecting Room จริง ๆ ควรตรวจสอบกับโรงแรมก่อนจอง


8. Suite Room (ห้องสวีท) ดูตัวอย่างภาพห้องพักของโรงแรมเพิ่มเติม>>

8. Suite Room (ห้องสวีท)

Suite Room เป็นห้องพักระดับพิเศษที่มักมีพื้นที่กว้างขวางกว่าห้องพักทั่วไป และมีการแบ่งพื้นที่ใช้งานเป็นสัดส่วน เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และบางแห่งมีพื้นที่รับประทานอาหาร

ลักษณะห้องพัก

  • มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง
  • มักแบ่งพื้นที่ห้องนอนและห้องนั่งเล่นออกจากกัน
  • มีเฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
  • บางแห่งมีห้องครัวขนาดเล็กหรืออ่างอาบน้ำ
  • อาจมีบริการพิเศษเพิ่มเติมตามระดับของโรงแรม

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะสำหรับคู่รักที่ต้องการพักผ่อนในโอกาสพิเศษ ครอบครัวที่ต้องการพื้นที่กว้าง หรือผู้ที่ต้องการพักระยะยาวและความสะดวกสบายเป็นพิเศษ


ตารางเปรียบเทียบประเภทห้องพักโรงแรม

เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างได้ง่ายขึ้น สามารถเปรียบเทียบประเภทห้องพักทั้ง 8 แบบได้ดังนี้

ประเภทห้องพักลักษณะเด่นเหมาะสำหรับ
Standardห้องพื้นฐานคนเดียว / คู่รัก
Superiorเพิ่มความสะดวกสบายคู่รัก
Deluxeตกแต่งดีและอาจมีพื้นที่มากขึ้นคู่รัก / ครอบครัวเล็ก
Premierห้องระดับพิเศษของโรงแรมคู่รัก / นักท่องเที่ยว
Executiveเหมาะกับการทำงานและบริการพิเศษนักธุรกิจ
Familyรองรับสมาชิกหลายคนครอบครัว
Connectingห้องสองห้องมีประตูเชื่อมกันครอบครัว / กลุ่มเพื่อน
Suiteพื้นที่กว้างและแบ่งสัดส่วนครอบครัว / คู่รัก

หมายเหตุ: ชื่อห้องพักไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกโรงแรม ห้อง Deluxe ของโรงแรมหนึ่งอาจมีขนาดหรือสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เคียงกับ Superior ของอีกโรงแรมหนึ่ง จึงควรตรวจสอบรายละเอียดห้องพักจริงก่อนจองเสมอ

เคล็ดลับเลือกห้องพักโรงแรมให้เหมาะกับตัวเอง

ก่อนตัดสินใจจองห้องพัก อย่าพิจารณาเพียงชื่อประเภทห้องหรือราคาเท่านั้น แต่ควรตรวจสอบรายละเอียดอื่น ๆ ประกอบด้วย

  1. ตรวจสอบขนาดห้องพัก: ดูพื้นที่เป็นตารางเมตร เพื่อให้แน่ใจว่ามีพื้นที่เพียงพอสำหรับจำนวนผู้เข้าพักและสัมภาระ
  2. เลือกประเภทเตียงให้เหมาะสม: ตรวจสอบว่าเป็นเตียงเดี่ยว เตียงคู่ Queen Bed หรือ King Bed เพื่อให้ตรงกับความต้องการ
  3. ดูจำนวนผู้เข้าพักที่อนุญาต: ตรวจสอบว่าโรงแรมรองรับผู้ใหญ่และเด็กได้กี่คน รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับเตียงเสริม
  4. ตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวก: เช่น Wi-Fi เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น กาต้มน้ำ เครื่องเป่าผม และอุปกรณ์ภายในห้องน้ำ
  5. พิจารณาราคาและเงื่อนไขการจอง: เปรียบเทียบราคาแต่ละประเภทห้อง รวมถึงอาหารเช้า ภาษี และเงื่อนไขการยกเลิก
  6. อ่านรีวิวจากผู้เข้าพักจริง: ดูความคิดเห็นเกี่ยวกับความสะอาด ขนาดห้อง เสียงรบกวน และการบริการของโรงแรม
  7. ตรวจสอบภาพห้องพักจริง: ควรดูภาพและรายละเอียดของห้องประเภทที่กำลังจะจองโดยเฉพาะ เพราะภาพห้องตัวอย่างอาจแตกต่างจากห้องที่ได้รับจริง

สรุป

ห้องพักโรงแรมมีหลายประเภท ตั้งแต่ Standard Room ที่เน้นความประหยัด ไปจนถึง Suite Room ที่มีพื้นที่กว้างขวางและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นอกจากนี้ยังมีห้องพักเฉพาะกลุ่ม เช่น Family Room สำหรับครอบครัว และ Connecting Room สำหรับผู้ที่ต้องการพักใกล้ชิดกันแต่ยังคงความเป็นส่วนตัว

การเลือกห้องพักที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้องเลือกห้องที่แพงที่สุดหรือมีระดับสูงที่สุดเสมอไป แต่ควรเลือกห้องที่ตอบโจทย์การเดินทาง จำนวนผู้เข้าพัก ความสะดวกสบาย และงบประมาณของตัวเอง

ก่อนจองโรงแรมครั้งต่อไป อย่าลืมตรวจสอบรายละเอียดประเภทห้องพัก ขนาดห้อง และสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบถ้วน เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่คุ้มค่าและมีความสุข

ติดตามสาระน่ารู้เกี่ยวกับโรงแรม ห้องพัก และเทคนิคการเลือกที่พักเพิ่มเติมได้ที่ เมนูสาระน่ารู้เว็ปไซต์ Paktourthai.com

By admin

แอดมินเว็ปไซต์พักทั่วไทย สวัสดีค่ะ เราเป็นเว็ปไซต์บล็อกเล็กๆ อยากมาแบ่งปันข้อมูลโรงแรมและที่พักในเมืองไทย มาให้เพื่อนๆที่รักการเดินทางได้เลือกพักกันค่ะ